มาเซอร์เบีย ใช้จ่ายเงินอย่างไร?

 

บทความแนะนำโดย วาวา ซี ยู อะเกน

-    ประเทศเซอร์เบียใช้เงินสกุลดีนาร์ (Dinar) โดยมีตัวย่อคือ RSD

-    เงินประมาณ 115 ดีนาร์ เท่ากับเงิน 1 ยูโร (Euro) และเท่ากับเงินไทยประมาณ 39 บาท   (#เรทอัตราแลกเปลี่ยนในเซอร์เบีย เดือนกันยายน 2023)

-    การใช้จ่ายรับเงินดีนาร์เท่านั้น  ไม่รับเงินสกุลอื่น

 

     หากคุณต้องการจะมาเซอร์เบีย  ขอแนะนำให้พกบัตรเดบิต ซึ่งเป็นบัตรเดบิต Travel Card สำหรับใช้จ่ายในต่างประเทศ โดยประเทศไทยมีหลายธนาคารได้ออกบัตรเดบิต Travel card  ให้คุณเลือกใช้ แต่หากคุณจะมาใช้จ่ายที่เซอร์เบีย มีเพียง 2 บัตรนี้เท่านั้นที่ใช้ในเซอร์เบียได้ และยังใช้บัตรได้ทั่วโลกไม่ว่าคุณจะไปประเทศใดและใช้จ่ายได้ทุกเรทสกุลเงิน เนื่องจาก 2 บัตรนี้สามารถใช้จ่ายได้ทุกสกุลเงินทั่วโลก ในขณะที่บัตรอื่นๆ จะมีการจำกัดสกุลเงินที่ใช้ได้และไม่มีสกุลเงินดีนาร์ 

 

บัตรเดบิต Travel Card ที่ใช้ในเซอร์เบียได้มี 2 บัตร คือ

1.บัตร Journey ของธนาคารกสิกรไทย

คลิก  https://www.kasikornbank.com/th/personal/debit-card/pages/journey.aspx

สิทธิพิเศษของบัตรนี้สุดคุ้ม! เพราะคุณสามารถใช้บริการเลาน์สนามบิน คือ ห้องรับรอง Miracle Lounge 1 สิทธิ์ / ปีปฏิทินที่สนามบิน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ขาออกต่างประเทศ และภายในประเทศ) และดอนเมือง (ขาออกต่างประเทศ และภายในประเทศ) 1 สิทธิ์ / ปีปฏิทิน  เพียงแสดงบัตรเดบิต JOURNEY พร้อม Boarding Pass ก่อนเข้าใช้บริการ  สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกอ่านที่ลิงค์ คลิก https://www.kasikornbank.com/th/personal/debit-card/pages/journey.aspx

 

2. บัตร ttb all free ของธนาคารทหารไทยธนชาต

คลิก https://www.ttbbank.com/th/personal/deposits/transactional-account/ttb-all-free

 

บัตรเดบิต Travel Card  คืออะไร แตกต่างจากบัตรเดบิตธรรมดาและบัตรเครดิตอย่างไร?

บัตรเดบิตประเภท Travel card  คือบัตรเดบิตที่ไว้ใช้จ่ายที่ต่างประเทศ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงสกุลเงิน 2.5% เฉพาะรายการกรณีรูดบัตรกับเครื่องรูดบัตร (แต่การใช้บัตรเพื่อใช้จ่ายออนไลน์จะยังมีเสียค่าธรรมเนียม)

กล่าวโดยสรุปคือ บัตรนี้สามารถใช้รูดซื้อสินค้ากับเครื่องรูดบัตรโดยที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงสกุลเงิน 2.5% และสามารถกดเงินจากตู้ ATM ได้ด้วย  คุณไปประเทศใดก็กดเงินจากตู้ ATM เพื่อถอนเงินสกุลท้องถิ่นจากประเทศนั้นได้เลย  โดยมีเสียค่าธรรมเนียมการกดเงินจาก ATM ในอัตราที่ถูกมาก  ทำให้คุณไม่ต้องมองหาที่แลกเงิน หมดยุคสมัยที่คุณต้องแลกเงินสดยูโรล่วงหน้า แล้วมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินดีนาร์ที่เซอร์เบีย เพียงเปลี่ยนมาพกบัตรเดบิต Travel card แทน จะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นมาก  

ขอแนะนำให้พก 2 บัตรนี้มาเซอร์เบียทั้ง 2 บัตร เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินที่คุณรูดบัตรทำจ่ายเงินไม่ได้เพราะระบบธนาคาร Error ชั่วคราว คุณจะได้มีบัตรอื่นไว้ใช้จ่ายแทน

 

วิธีการใช้บัตร :

 - 2 บัตรนี้มีวิธีใช้เหมือนกัน คือ เพียงแค่คุณมีเงินในบัญชี คุณก็สามารถรูดบัตรทำจ่ายเงินหรือกดเงินจากตู้ ATM ได้เลย  โดยไม่ต้องเสียเวลาแลกเงินผ่านแอพธนาคารล่วงหน้าเหมือนบัตรอื่นๆ โดยคุณจะต้องตั้งรหัส Pin  6 หลักล่วงหน้า ซึ่งคุณจะต้องจำรหัส Pin ให้ได้ 

- บัตรสามารถแตะแท็ปบัตรที่ตัวเครื่องรูดบัตรได้เลย โดยที่ไม่ต้องเสียบบัตรเข้ากับเครื่องรูดบัตรก็ได้ 

 

การใช้งานเพื่อรูดบัตรจ่ายเงินกับเครื่องรูดบัตร :

หากยอดจ่ายต่ำ  เพียงแตะบัตรกับเครื่องรูดบัตรเท่านั้นโดยไม่ต้องกด Pin 6 หลักก็ทำจ่ายเงินสำเร็จ หากเป็นยอดจ่ายต่ำทางร้านจะไม่ถามให้คุณกด Pin 

หากยอดจ่ายสูง  เพียงแตะบัตรกับเครื่องรูดบัตร จากนั้นต้องกด Pin 6 หลัก จากนั้นกดปุ่มสีเขียวเพื่อยืนยัน ซึ่งการกด Pin คุณจะได้ทำกด Pin เฉพาะหากยอดจ่ายสูงตามที่ร้านค้านั้นตั้งค่าไว้ว่ายอดจ่ายมากกว่ายอดเท่าไหร่ที่ลูกค้าจะต้องกด Pin  ซึ่งทางร้านจะแจ้งให้คุณกด Pin เอง

โปรดทราบว่า  : การใช้บัตรเพื่อรูดซื้อสินค้าในเซอร์เบีย คุณจะต้องเป็นคนแตะบัตรกับเครื่องรูดบัตรด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องยื่นบัตรให้พนักงานแตะบัตรให้  ยกเว้นหากคุณแตะบัตรจ่ายแล้วเครื่องมีปัญหา ทางร้านจะเปลี่ยนวิธีขอเอาบัตรมาเสียบเข้ากับเครื่องรูดบัตรแทน  

 

2 บัตรนี้ข้อดีที่เหมือนกันคือ :

-  ทั้ง 2 บัตรสามารถนำบัตรไปใช้งานได้ทั่วโลก ไม่ว่าคุณจะไปประเทศใด  

-  ทั้ง 2 บัตรใช้จ่ายได้ทุกเรทสกุลเงินทั่วโลก

-  ทั้ง 2 บัตรไม่ต้องแลกเงินล่วงหน้าในแอพธนาคารให้ยุ่งยาก เพียงแค่มีเงินในบัญชีก็ใช้งานบัตรได้เลย

- ทั้ง 2 บัตรสามารถใช้บัตรในต่างประเทศและใช้บัตรในไทยได้ด้วย โดยสามารถรูดบัตรทำจ่ายเงินและกดเงินจาก ATM ในไทยได้ด้วย ในขณะที่บัตร Travel card อื่นๆ ได้กำหนดให้ใช้งานบัตรในต่างประเทศเท่านั้น

 

ความปลอดภัยในการใช้บัตร :  สามารถตั้งค่าระงับการใช้บัตรชั่วคราวหรือปลดล็อคบัตรผ่านแอพธนาคาร  แต่ระวังอย่าเปิด-ปิดการใช้งานบัตรในช่วงเวลานอกทำการ คือช่วงเที่ยงคืน-จนถึงรุ่งเช้าของเวลาไทยเพราะคุณจะไม่สามารถทำรายการได้  (สำหรับเวลาเปิด-ปิดทำการในการตั้งค่านี้โปรดสอบถามธนาคารเพิ่มเติม)

 

ข้อแนะนำในการใช้บัตรเพื่อความปลอดภัย :  หากใช้บัตรรูดจ่ายเงินไม่สำเร็จ ให้ขอสลิปหลักฐานการจ่ายเงินไม่สำเร็จที่ออกจากเครื่องรูดบัตรจากร้านค้าทุกครั้ง

- หากรูดบัตรเพื่อทำการจ่ายเงินไม่สำเร็จ เพราะทางร้านแจ้งว่าตัดเงินไม่สำเร็จ  คุณควรขอสลิปที่เเจ้งว่าตัดเงินไม่สำเร็จจากเครื่องรูดบัตรไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง เพราะอาจเกิดเหตุการณ์ร้านค้าคดโกงแจ้งเท็จว่าตัดเงินไม่สำเร็จ ทำให้คุณต้องรูดบัตรใหม่จ่ายเงินซ้ำซ้อน

- หากเกิดกรณีระบบธนาคารผิดพลาดหรือล่มเพราะได้ทำการตัดเงินจากบัตรแล้วแต่ยอดยังไม่เข้าร้านค้า ทำให้เครื่องรูดบัตรบันทึกสลิปว่าตัดเงินไม่สำเร็จ คุณควรขอสลิปนี้จากเครื่องรูดบัตรทุกครั้ง เพื่อจะได้มีสลิปหลักฐานการตัดบัตรไม่สำเร็จจากเครื่องรูดบัตรไว้ทำเรื่องขอเงินคืนจากธนาคารในภายหลัง

 

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม :

 - เมื่อได้รับบัตรใหม่ อย่าลืมเปิดใช้งานบัตร เพื่อ Active บัตรก่อนทุกครั้ง

 - ตั้งค่า pin 6 หลัก และจะต้องจำ pin ให้ได้ เพราะใช้ pin เมื่อกดเงินจากตู้ ATM และเมื่อรูดบัตรจ่ายเงินยอดจ่ายสูง

 - ขอแนะนำให้เพิ่ม add บัตรเดบิตใหม่เข้าแอพธนาคาร เพื่อจะได้จัดการตั้งค่าต่างๆ ผ่านแอพธนาคารได้ รวมถึงสามารถเช็คยอดใช้จ่ายผ่านแอพธนาคารได้

 - การเช็คยอดใช้จ่ายบัตรสามารถเช็คผ่านแอพธนาคารได้ จะมีข้อความเเจ้งเตือนการใช้จ่ายที่แอพธนาคาร

 - หากต้องการได้รับ sms เเจ้งเตือนการใช้จ่ายบัตรเข้า Sim card เบอร์โทรไทยที่คุณนำมาเซอร์เบียด้วย ขอแนะนำให้โทรเข้า Call center ของบริษัทเครือข่ายมือถือว่า "ขอเปิดบริการรับข้อความ sms เมื่ออยู่ต่างประเทศ" โดยที่คุณไม่ต้องเปิดโรมมิ่งให้เสียเงินค่าโรมมิ่งที่แพง แต่เเค่ขอใช้บริการรับ sms เมื่ออยู่ต่างประเทศเท่านั้น คุณก็จะได้รับ sms แจ้งเตือนการใช้จ่ายผ่านบัตรทุกครั้งเมื่อคุณอยู่ต่างประเทศ และอย่าลืมตั้งค่าในโทรศัพท์ ตั้งค่าใช้งาน Sim card ให้รับข้อความได้

 - ควรตรวจสอบสลิปจากเครื่องรูดบัตรทุกครั้งว่ายอดจ่ายตรงและถูกต้องหรือไม่ เพราะร้านค้าอาจผิดพลาดตัดเงินเกินยอดจ่าย

 - ควรตรวจสอบการใช้จ่ายบัตรทุกครั้งที่ใช้บัตร เพื่อแน่ใจว่าไม่ตัดเงินซ้ำซ้อน  โดยเฉพาะเมื่อรูดบัตรครั้งแรกไม่ผ่าน และมีการรูดบัตรซ้ำและตัดเงินผ่าน เพื่อตรวจให้แน่ใจว่ามีการตัดเงินแค่ 1 ครั้ง ไม่มีการตัดเงินซ้ำซ้อน